Suzhou เดินเล่นในสวนวันฝนพร่ำ
posted on 07 Jun 2009 11:51 by chenli in Little-China
ช่วงที่ไปเรียนที่เซี่ยงไฮ้ วันเสาร์อาทิตย์นี้ ถือเป็นวันท่องเที่ยงอย่างจริงจังเลยค่ะ
ถ้าวางแผนกันดีๆ ซื้อตั๋วรถไฟ เราก็สามารถออกไปเที่ยวนอกเมืองเองได้
มีอยู่วันเสาร์นึงวางแผนกันดิบดีว่าจะไปเดินชมสวนสวยๆ ที่ 苏州 (ซูโจว)
ซูโจวเป็นเมืองที่น่าใฝ่ฝันของนิสิตเอกจีนเลยล่ะ
เพราะว่าตอนที่เรียน ในหนังสือจะมีประโยคหนึ่งที่ทุกคนจำได้ขึ้นใจ เขียนไว้ว่า
" 上有天堂 下有苏杭"
แปลได้ว่า บนฟ้ามีสวรรค์ บนโลกมีซูโจวและฮางโจว
แปลอีกทีว่าสองเมืองนี้สวยเหมือนอยู่บนสวรรค์เลย 
เช้าวันที่ออกเดินทางมนุษย์สี่คน แหกขี้ตายตื่นมาตั้งแต่ตีสี เพื่อไปขึ้นรถไฟให้ทันรอบหกโมงเช้า
รถไฟสายเซี่ยงไฮ้-ซูโจวใช้เวลาเดินทางประมาณหนึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้วค่ะ
เป็นรถไฟที่สะอาดที่สุด แล้วในบรรดาเมืองต่างๆที่เราไป คงเพราะมันเป็นรอบสั้นๆ แหละเนอะ
ภาพแรกที่เมืองซูโจว เช้าตรู่แบบว่ายังไม่มีใครตื่นนมารับแขก

ซูโจว เป็นเมืองที่มีประวัติศาสตร์ยาวนานเป็นพันๆปี อายุมากกว่าเซี่ยงไฮ้อีกนะ
และก็เป็นเมืองเล็กๆที่มีความเปลี่ยนน้อยมาก เพราะว่าไม่เคยมีสงครามใหญ่ๆเลย
ตัวเมืองสงบ เรียบร้อย ถนนเป็นสายเล็กๆ และสองข้างทางก็เป็นต้นไม้ใหญ่ๆ เต็มไปหมด

ตามถนน ซอยต่างๆทั่วเมืองซูโจว เป็นที่แอบซ่อนของ "ของดีขึ้นชื่อของเมือง"ล่ะ
ของดีขึ้นชื่อที่ว่า ก็คือ สวนเมืองซูโจว ที่มีเกือบๆ ร้อยแห่งทั่วเมือง
สวนทั้งหลายในเมืองนี้เป็นสวน ที่สร้างขึ้น chic ๆ เป็นที่พักผ่อนส่วนตัวของคนรวยทั้งหลาย
คิดๆ ไปแล้วก็คงเป็น สวรรค์ส่วนตัวของคนสมัยนั้นแหละค่ะ

สวนของเมืองซูโจว โดดเด่นเรื่องการจำลองธรรมชาติ มาให้เหมือนภาพวาด
คือ ไม่ว่ามองทางไหน เราก็จะได้เห็นวิวสวยๆ ที่แตกต่างกันไป
อีกลักษณะเด่นหนึ่งของสวนซูโจว ก็คือการบริหารจัดการพื้นที่ ที่ดี (เขาว่ากันมาอย่างนั้นนะ)
เพราะว่าเป็นสวนที่สร้างในบ้านคน พื้นที่มีไม่มากๆ การจะทำให้เดินชมสวนได้นานๆ
ก็คือการทำสะพาน ระเบียงเล็กๆ คดไปคดมาด้วย

ช่วงที่เราไปเดิน บรรยากาศครึ้มฟ้าครึ้มฝนมากๆ
ตอนสายๆ มีฝนตกปรอยๆ ด้วย จริงๆ ถ้าจะคิดให้หงุดหงิดก็คงหงุดหงิดจริงๆแหละค่ะ
มาเที่ยวทั้งทีฝนดันตกซะนี้ แต่มันตกแค่นิดเดียว คิดให้ดีๆ อีกที
สวนตอนฝนตกพร่ำๆ มีกลิ่นหอมๆของต้นหญ้า ก็โรแมนติกไปอีกแบบนะ

ฝนที่นี่เป็นฝนขี้เกียจ เดี๋ยว เดี๋ยวหยุด ตามใจฉันตลอดทั้งวัน..
หลังๆเลยไม่ค่อยจะสนใจมันแล้ว ตก ก็ตกไปเถอค่ะ ยังไงเราก็จะเดินเที่ยวกันต่อ
สวนส่วนใหญ่นอกจากจะมีส่วนกลาง เป็นภาพวิวจำลองธรรมชาติขนาดใหญ่แล้ว
ก็มีสวนเล็กๆ ที่เอาไว้เลี้ยงต้นไม้ย่อส่วนอย่างพวกบอนไซด้วย
บอนไซที่นี่้เลี้ยงกันหลายสิบปีแน่ๆ ต้นใหญ่แล้วก็ทรงสวยมากๆ

แบบที่ยกกันมากะให้เป็นภูเขาจำลองเลยก็มีนะ

ดอกไม้สวยๆ สีสันสดใสก็มีนะ อันนี้เรียกว่าดอกอะไรน้า สีแดงสดใสมากๆ
แล้วก็ปลูกเป็นกระถางย่อมๆ วางไว้ทั่วทางเดินเลย

ชมสวนไปเรื่อยไปสะดุดตากับต้นไม้ต้นนึง สีชมพูบานเต็มต้น คนรุมถ่ายรูปกันเต็มเลย
เดินเข้าไปดูใกล้ๆ "โอ๊ะ เมืองจีนก็ปลูกซากุระเหมือนกันนะเนี่ย"
ดีใจๆ ไม่ต้องไปถึงญี่ปุ่นก็ได้ชมซากุระ

ตอนบ่ายๆ คุณฝนชักจะเกเร เริ่มตกเยอะขึ้นๆ ดินก็แฉะๆ เอาเป็นว่า หลบเข้าพิพิธภัณฑ์ดีกว่า
พิพิธภัณฑ์เมืองซูโจวเปิดตั้งแต่ เก้าโมงเช้า ถึง บ่ายสี่โมง
เป็นสถานที่ท่องเที่ยวดีๆ ที่ให้ความรู้เกี่ยวกับเมืองนี้เยอะแยะ ที่สำคัญ เข้าฟรีด้วยล่ะ

ตัวพิพิธภัณฑ์เป็นแบบจีนโมเดิร์น แต่ข้างในรวบรวมของเก่าดีๆ ของเมืองซูโจวไว้เพียบ
นอกจากจะได้หลบฝนแล้ว ยังได้ดูของดีๆ อีกเยอะเลย โชคดีจริงๆ
ของดีๆที่ว่า ก็อย่างเช่น ชามกระเบื้องโบราณอายุหลายร้อยปีที่สีสันยังปิ๊งๆอยู่เลย
เราชอบชามกระเบื้องของจีนมากๆ มีวิธีการเล่นสี ที่สวยสุดยอด มองได้นานๆ ไม่เบื่อเลย

หยก หรืองาช้าง แกะสลักมีตั้งแต่ชิ้นเล็กจิ๋ว ไม่เกินนิ้วโป้งไปจนถึงชิ้นใหญ่โต แบบเท่าตู้เย็น
อันนี้เป็นแบบเล็กพองาม ของตกแต่งบ้านของท่านขุนนางสมัยก่อนโน้น

อีกอย่างที่สวยน่าประทับใจก็คือ ชุดของพวก เชื้อพระวงศ์ต่างๆ
อย่างที่นี้ก็มีฉลองพระองค์ของ ปูยี่ กษัตริย์องค์สุดท้ายของจีนสมัยยังเด็กด้วย
ชุดนี้ทอจากผ้าไหมสีแดงชาด แล้วปักด้วยดิ้นที่ทำจากทองคำแท้ๆ หรูหราอลังการเลยล่ะ

อีกอย่างที่ประทับใจในพิพิธภัณฑ์นี้ เจอกันตอนจะเดินไปเข้าห้องน้ำ
ดอกไม้อะไรเนี้ย... สวยน่ารักขนาดนี้ เราไม่รู้ว่ามันชื่ออะไร กุหลาบก็ไม่ใชา
เป็นไม้ต้นขนาดย่อมๆ ดอกสีชมพู กลีบซ้อนกันเป็นชั้นๆ ดูสวย อ่อนโยน น่าทะนุถนอมจัง

ตอนเป็นดอกเพิ่งบานว่าสวยแล้ว แต่พอตอนเป็นดอกเหี่ยวๆ ยิ่งน่าประทับใจกว่า
เหี่ยวแบบมีคุณค่ามากๆ ยังคงความงามรูปเดิมเป๊ะๆ มีแค่สีที่ดูเปลี่ยนไปตามกาลเวลา
เราคิดเพ้อเจ้อไปมา ว่า แหม ดอกไม้ที่นี่ เหมือนของในพิพิธภัณฑ์เลยเนอะ
ตอนที่ทำขึ้นมาตอนแรก ก็คงได้รับคำชมจากเจ้าของแล้วว่า สวย
แต่พอผ่านกาลเวลาไปนานๆ คนรุ่นหลังมาดู ยิ่งคิดว่าสวยกว่าเดิมอีก
เอาเป็นว่าลองเปรียบกันดูเองนะคะ ว่าชอบแบบไหนมากกว่ากัน

ฝนหยุดตกตอนสี่โมง ห้าโมงเย็น ได้เวลา กลับบ้านพอดี ขากลับก็กลับรถไฟเหมือนเดิม
มีเหตุการณ์หน้าตื่นเต้นด้วย คือมัวแต่ซื้อของกินกัน มาขึ้นรถไฟเกือบไม่ทันแนะ
ที่นั่งอยู่ตู้สุดท้ายด้วย วิ่งกันขาลากเลย หาเรื่องมาก เกือบไม่ได้กลับบ้านแล้ว
แต่ทริปนี้ก็เป็นที่น่าภูมิใจมากๆ หาข้อมูลเอง เตรียมเองทุกอย่าง
รู้สึกว่า ภาษาจีน พัฒนาไปอีกขั้น แล้วเราก็เป็นผู้ใหญ่ขึ้นอีกนิดด้วย เย้ๆๆ 
Entry Links:
同里 "ถงลี่" เวนิสย่อส่วนของจีน
Shanghai: Taikang Lu ถนนราวตากผ้า
ตอนเหี่ยว นี่ดูแปลกตา แต่ก็ยังสวยกว่า ดอกสดอีกอ่ะ
#1 By # li DarK_SpritE il # on 2009-06-07 12:50