Paris: กุหลาบและมื้อกลางวันแบบปารีเซียง
posted on 03 Jun 2008 20:20 by chenli in Travel
เอนทรี่นี้จะพาไปชมสวนกุหลาบค่ะ
ในหนังสือเขาว่าชานเมืองปารีสฝั่งตะวันตกมีสวนกุหลาบแสนสวยอยู่แห่งหนึ่ง
ช่วงที่เราไปเป็นหน้ากุหลาบพอดีพลาดได้ไง นั่งmetro ไปชมเลยดีกว่า
วิธีการไปสวนแห่งนี้ไม่ยากค่ะ นั่งรถสาย 1 ไปที่ Pont de Neuilly
แล้วก็นั่งรถเมล์สาย 43 ต่อไปจนสุดสายประมาณ 10 นาที
ใช้กำลังขาอีกหน่อย เดินตรงจากป้ายรถอีก 10 นาที
เราก็มาถึงหน้าประตูสวนแล้ววว... สวนที่ว่านี่ ชื่อ Bagatelle บากาแตล ค่ะ
แต่ก่อนพื้นที่แถวๆสวนบากาแตลนี่เป็นที่อยู่ของพวก เชื้อพระวงศ์ฝรั่งเศสค่ะ
และ บากาแตลก็เคยเป็นที่ประทับของพระอนุชาของพระเจ้าหลุยศ์ที่ 16 ด้วย
ปัจจุบันนี้องค์กรของรัฐบาลก็เปลี่ยนสวนเป็นที่ท่องเที่ยว
โดยสวนแห่งนี้รอบรวมพันธุ์กุหลาบไว้กว่าพันชนิดเลยน้า เดินผ่านรั้วนี้เขาไป
เราก็จะเจอกับสวนกุหลาบ... มีกุหลาบเถาขึ้นริมรั้ว ไล่ไปเริ่มที่ สีแดง สีส้ม
สีชมพูสวยมากๆเลยค่ะ
ชอบกำแพงสีแดงนี่ที่สุดเลยทำให้นึกถึงเรื่องอลิซในดินแดนมหัศจรรย์
กุหลาบสีแดงของราชินีโพธิ์แดง
เดินถัดมาก็เป็นกุหลาบสีโอโรส สวยมากๆ กลิ่นก็หอมด้วย
ถ้ามีกลิ่นผ่านบลอกได้คงดีเนอะ จะได้รู้ว่าหอมแค่ใน
สีชมพูแบบนี้ก็สดใสน่ารักดีค่ะ กุหลาบเมืองนี้ออกดอกดกมากๆ
คงเพราะอากาศเย็นด้วยแหละ แต่ละต้นบานสะพรั่งไปหมด
เหมือนกลิ่นหอมอ่อนๆของดอกกุหลาบจะลอยอยู่ในลมด้วย บรรยกาศดีมากๆ
แล้วกุหลาบสีเหลือง ที่เราชอบที่สุด
จำได้ว่าภาษาดอกไม้ นี่หมายถึง มิตรภาพที่ยั่งยืน ค่ะ ความหมายดีเนอะ
บริเวณตรงกลางสวนเขาทำทางเดินเป็นซุ้มประตูโค้งๆแบบฝรั่งเศสเลย
บางซุ้มเป็นกุหลาบเลื้อยเหมือนกัน อันนี้ก็แปลกดี
ข้างในสี ชมพูอ่อนๆ พออกมาตรงปลายๆกลีบเป็นสีขาวอมเขียมนิดๆ
นอกจากกุหลายแล้วก็มีดอกไม้อีกหลายชนิดเลยค่ะ
อย่างดอกนี้คล้ายๆว่าจะเป็นดอกหญ้า แต่สีม่วงๆยังงี้สวยอ่ะ แล้วก็ฟูๆดีด้วย
หรือว่าดอกไม้ดอกโตอย่างนี้ อันนี้เหมือนดอกโบตั๊นของจีนเลยค่ะ
ดอกใหญ่มากๆ ประมาณว่าอีกนิดเดียวก็เท่าหน้าเราแล้ว
แต่ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าฝรั่งเขาเรียกอะไร ความรู้เรื่องต้นไม้อ่อนแอมาก
เดินชมสวนอยู่ประมาณชั่วโมงหน่อยๆ ชักเริ่มจะหิว ตอนแรกว่าจะออกไปหาอะไรกิน
ข้างนอกสวนค่ะ แต่พอดีไปเจอว่าเขามีร้านอาหารกลางแจ้งอยู่ในสวนด้วย
ดูเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำดี กินข้าวในสวนกุหลาบ
ไปถึงบริกรก็จัดให้นั่งกลางแจ้งเลย ตอนแรกๆ ลมพัดก็เย็นสบายดี
แต่พอเริ่มเที่ยงแดดออก รุนแรงมาก ร้อนหัวสุดๆ
หันไปดูโต๊ะข้างๆ ชาวปารีเซียงทั้งหลายก็ยิ้ม หัวเราะกินข้าวกันไม่ทุกข์ร้อน
ความรู้ใหม่ค่ะ ชาวปารีเซียงชอบอาบแดดไปกินข้าวไป จริงๆนะ
อีกอย่างหนึ่งคือ มื้อกลางวันชอบปารีเซียงผู้ชอบความรื่นรมณ์ในการใช้ชีวิต
จะกินอาหารนานมากค่ะ พ่อครัวก็ทำอาหารอย่างใจเย็น
ผ่านไป ครึ่งชั่วโมงจานแรกมาเสิร์ฟซะที เด็กไทยตาดำๆ ก็หิวมากมาย
จานแรกของเรา ฟัวกรา มาพร้อมกับสลัด สัปปะรดเชื่อม แล้วก็ซอสรสออกหวานๆ
ฟัวกราที่ออกเค็มๆมันๆ กินคู่กับซอสหวานแล้ว ก็สัปปะราดเชื่อมอร่อยดีค่ะ
อีกจานเป็นซีซ่าร์สลัด เมนูเดียวที่อ่านๆออกแน่ๆว่าคืออะไร
ผักกรอบๆ กับน้ำสลัดรสเข้มข้น คลุกเคล้ากับ ชีสแผ่นโต
เบคอนชิ้นโตแบบติดๆมัน แล้วก็มะเขือเทศตากแห้งเปรี้ยวๆ อร่อยมากมายค่ะจานนี้
มาที่อาหารจานหลักกันบ้าง จานนี้เป็น สตูว์ขาแกะชิ้นโต เนื้อแกะ เปื่อยๆ นิ่มๆ
หอมเครื่องเทศ เสิร์ฟ พร้อมแครอท และก็หัวหอมต้ม
จานนี้ของเด็ดจริงผู้โปรดปรานเนื้อแกะ อร่อยจนกินเกลี้ยงเลยแหละ
จานนี้ของเราเองค่ะ เป็นปลากระพง ย่างเกลือ หนังกรอบๆเค็มๆ แต่เนื้อข้างใน
หวานๆ นุ่มๆ อร่อยมากเลย ทานคู่กับ มันบดที่ใส่ชีสด้วย จานนี้ก็หมดเกลี้ยงอีกเช่นกัน
ผ่านไปชั่วโมงครึ่งเพิ่งเสร็จอาหารคาวค่ะ มาต่อที่อาหารหวาน
ซึ่งก็รอกันไปอีกเกือบ 20 นาที มีสองอย่าง
อย่างแรกเป็นทาร์ตสตอร์เบอร์รี่ สตอร์เบอร์รี่หวานๆ ชิ้นโตๆ กินกับแป้งทาร์ตร่วนๆ
แล้วก็ใส่ครีมหวานมัน น่ากินใช้ม้าาา..
อีกจานเป็นเยลลี่มิ้นท์ที่ใส่ผลไม้ต่างๆซะแน่นเอี๊ยด กินแล้วหอมๆ เย็นๆ
ทำให้รู้สึกดีกับอากาศร้อนๆ มากขึ้นเยอะเลยค่ะ อีกอย่างมันก็สวยด้วยแหละเนอะ
มื้อกลางวันแบบปารีเซียงของเราเริ่มต้น ตอนเที่ยงไปเสร็จเอาตอนบ่าย 2 ครึ่ง
ถ้าอยู่เมืองไทย ลูกค้าคงลุกหนีไปแล้วแน่ๆ แต่เขาว่ามันเป็นวัฒนธรรมของที่นี่
ที่ผู้คนจะไม่รีบร้อน ใช้เวลาอยู่กับเพื่อนครอบครัวที่โต๊ะอาหารนานๆ
จริงๆแล้วเราว่าก็ดีนะคะ ทำให้คนได้คุยกันมากขึ้น ดีกว่าเอาแต่ทำงาน
แต่คงดีกว่านี้ถ้าไม่ต้องตากแดด เด็กไทยอย่างเราไม่ชินจริงๆ
เสร็จแล้วก่อนกลับไปเดินเล่นอีกเล็กน้อย เขามีสวนไม้น้ำอยู่ทางด้านหลังด้วยค่ะ
บริเวณนี้ก็มีต้นไม้ใหญ่ๆ ร่มรื่นไปอีกแบบ จากตรงนี้ก็มองเห็น ปราสาทด้วยน้า
เอนทรีหน้าขอพักทริปฝรั่งเศสไว้ก่อนค่ะ จะต้องรีบทำการบ้านโรงเรียนลูกบาศก์ซะแล้ว
แต่ว่ายังไม่จบนะคะ มีต่ออีกหลายตอนอย่าเพิ่งเบื่อซะก่อนล่ะ
จะว่าไปก็ไม่ได้อ่านเรื่องของลิลี่นานแล้ว ไว้แวะมาอ่านเอ็นทรี่หน้าแล้วกันนะจ๊ะ
(จริงๆก็อ่านมาเยอะ แต่พึ่งได้ตอบจริงๆจังๆเนี่ยแหละ)
#1 By นางสาวปั้นฝัน on 2008-06-03 22:21