หายไปนานยุ่งสุดๆ กับชีวิตที่มหาลัย
เผลอแป๊ปเดียวก็มาถึงเดือนแห่งความรักอีกแล้ว ^o^
เพื่อให้เข้ากับบรรยากาศของเดือนนี้ มีหนังสือรักดีๆ มาแนะนำล่ะ



"กามนิต-วาสิฎฐี" พอได้ยินชื่อนี้ มันก็พอจะคุ้นๆ หูใช่ม่ะ
แต่ถ้าถามว่าเนื้อเรื่องเป็นยังไง คนส่วนใหญ่คงจะต้องส่ายหน้าแน่ๆ เลย

ตอนแรกที่โดนส่งให้อ่านหนังสือเล่มนี้ในวิชา วรรณคดีไทย เราก็เซ็งเหมือนกัน
กามนิต-วาสิฏฐี หนังสือหน้าปกแขกๆเล่มนี้นอนนิ่งอยู่ในร้านแพร่พิทยามานานเท่าไหร่ก็ไม่รู้
ทั้งๆ ที่เขียนว่า เป็นหนังสือ 100 เล่ม ที่คนไทยควรอ่านแท้ๆ แต่ก็ถูกทิ้งไว้จนฝุ่นเกาะ

ในใจเราตอนซื้อมา คิดว่า มันไม่สนุกแน่ๆ
"นวนิยายเกี่ยวด้วยพุทธศาสนาลัทธิมหายาน" -_-

แต่พอได้อ่านแค่บทแรก ผิดคาด!!!
กราบขอโทษ ท่านผู้เขียนคือ เสฐียรโกเศศ และ นาคะประทีป จริงๆค่ะ

หนังสือเล่มนี้ เป็น หนังสือรักที่ดีที่สุดเท่าที่เราเคยอ่านมาเลย

ไหนๆแล้วขอให้ข้อมูลเบื้อต้นเกี่ยวกับหนังสือเล่มนี้ไว้เล็กน้อย
"กามนิต-วาสิฎฐี" เป็นหนังสือที่มีต้นฉบับเดิมเป็นภาษาเยอรมันชื่อ "Der Pilger Kamanita"
แต่งโดย Karl Adolph Gjellerup สำหรับฉบับภาษาไทย เสฐียรโกเศศ (พระยาอนุมานราชธร)
และ นาคประทีป (พระสารประเสริฐ) รวมกันแปลจากฉบับภาษาอังกฤษให้เป็นของขวัญวันเกิดแด่เพื่อน

เรื่องย่อๆ




กามนิตเป็นพ่อค้าหนุ่ม ในสมัยพุทธกาล มีความรู้ดีและชายหนุ่มรูปงาม เดินทางไปค้าขายต่างเมือง
ทำให้ได้พบกับ วาสิฏฐี นางเอกของเรื่อง ซึ่งเป็นหญิงที่งามทั้งหน้าตา และ สติปัญญา
ทั้งสองรักกันมาก แต่ก็มีอุปสรรคมากมายทำให้ต้องพลัดพลากจากกันไป
ก่อนที่ทั้งสองจะต้องแยกจากกัน วาสิฏฐีก็ได้ บอกกับ กามนิตว่า หากเราต้องแยกจากกันในโลกนี้
ก็ขอให้ได้ไปพบกันในสวรรค์สุขวดีแทน กามนิตก็ต้องหาทางไปยัง สวรรค์สุขาวดี
เพื่อที่จะได้อยู่ร่วมกับหญิงคนรักได้ตลอดไป
แต่ระหว่างนี้เรื่องราวของกามนิต และ วาสิฏฐี ยังมีอะไรอีกมากมาย....

เรื่องราวจะเป็นยังไง......
อยากรู้ก็ไปซื้ออ่านน้า...............

ที่นี้มาถึงคำถามว่าหนังสือเล่มนี้ดียังไง

ถ้าตอบตามความรู้สึกของผู้หญิงอายุ 19 ที่ชอบอ่านนิยาย ดูละครคนหนึ่ง

หนังสือเล่มนี้เป็นหนังสือนิยายรักดีๆ ที่นิยายเกาหลี ไม่มีทางสู้ได้เลยล่ะ
ความรักของกามนิตและวาสิฏฐี เป็นความรักที่ยิ่งใหญ่และบริสุทธิ์งดงามมาก
เมื่ออ่านๆ ไปก็จะรู้สึกหลงรักกามนิตจริงๆ  เป็นผู้ชายที่ดีและน่ารักมากๆ

"ครั้นแล้วนางเหล่านั้นก็ถอยออกคงเหลืออยู่กลางรัตนเวทีแต่เพียงนางเดียว
อยู่กลางรัตนเวทีและก็อยู่ในกลางดวงใจของข้าพเจ้าด้วย"
                                                                                  

อ่านแล้วเขินเลย
นอกจากจะเป็นความรักที่ซาบซึ้งน่าประทับใจแล้ว
เนื้อเรื่องก็มีการผูกปมให้ได้ติดตามตลอดทั้งเรื่องเลยล่ะ


แต่ถ้าตอบตามความรู้สึกของคนที่เรียนวิชาวรรณคดีไทย

กามนิต-วาสิฏฐีเล่มนี้นอกจากเนื้อหาในด้านความรักแล้ว
ยังเสนอหลักธรรมทางพทธศาสนาได้อย่างแยบคาย
อ่านแล้ว เราได้รู้หลักธรรมดีๆมากมายที่ยังทันสมัยและเป็นประโยชน์กับคนทุกวัย
ผ่านเรื่องราวที่น่าสนใจ จนลืมไปเลยว่าหนังสือเล่มนี้มีจุดประสงค์เพื่อสอนหลักธรรมด้วย

ทางด้านภาษาหนังสือเล่มนี้จัดได้ว่าเป็นวรรกรรมชั้นยอดจริงๆค่ะ
เพราะท่านผู้แปลทั้งสอง เป็นนักปราชญ์ที่มีความรู้ทางภาษาไทยและอังกฤษเป็นเลิศ
หนังสือที่แปลออกมาจึงมีภาษาที่ไพเราะหมดจด อ่านแล้วรู้สึกไหลลื่นเหมือนน้ำ
ทั้งยังสามารถถ่ายทอดอารมณ์ความรู้สึกได้อย่างครบถ้วน

ก็ถือได้ว่าเป็นความโชคดีของคนไทยอย่างเรามากๆ เพราะไม่บ่อยนักนะคะ
ที่หนังสือแปลจะมีภาษาที่ไพเราะยิ่งกว่าตัวต้นฉบับ และหนังสือเล่มนี้ภาษาอื่นๆ
ก็ไม่ได้แต่งได้ไพเราะอย่างภาษาไทยของเรานะ

"แดดในยามเย็นกำลังอ่อนลงสู่สมัยใกล้วิกาลทอแสงแผ่ซ่านไปยังสาลีเกษตร
แลละลิ่งเห็นเป็นทางสว่างไปทั่วประเทศสุดสายตา ดูประหนึ่งมีหัตถ์ทิพย์
มาแผ่ปกอำนวยสวัสดี"

ถ้าวาเลนไทน์นี้ยังไม่อยู่ว่างๆ หรือ ยังไม่รู้จะซื้ออะไรเป็นของขวัญให้สุดที่รัก
จะลองหยิบ กามนิต-วาสิฏฐี มาอ่านหรือให้เป็นของขวัญ ก็เหมาะดีเนอะ ไม่เชยหรอก
เพราะนอกจากจะได้สร้างกุศลผลบุญร่วมกันแล้ว
ยังเป็นการช่วยกันอนุรักษ์ วรรณคดีไทยของเรา ด้วยน้า....

มรดกของชาติเราเอง เราก็ควรจะภูมิใจและรักษาไว้ให้คงอยู่ตลอดไปนะคะ ^-^

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

เคยอ่านเรื่องนี้สมัยม.ปลายค่ะ
ตอนนั้นเป็นหนังสือนอกเวลา

โดยส่วนตัวไม่ได้ซาบซึ้งกับความรักของกามนิตกับ
วาสิฏฐีเท่าไรนัก แต่รู้สึกสงสารกับตอนจบของกามนิต มากกว่า


#1 By Cheshire_XxX on 2008-02-09 20:50

ที่อ่านเป็นหนังสือนอกเวลานี่เคยได้ยินมาเหมือนกันค่ะ
ซึ่งเล่มนั้น เขาตัดมาแค่ภาคแรก คือ ภาคพื้นดิน
แกนหลักๆ ของเรื่อง และปมปัญหาต่างๆ มันอยู่ในภาคสวรรค์ค่ะ
ถ้าอ่านได้อ่านอย่างครบถ้วนแล้ว อาจจะประทับใจก็ได้น้า big smile

#2 By chenlee on 2008-02-09 20:58

เคยอ่านเป็นหนังสือนอกเวลาตอนสมัยมัธยมเหมือนกันครับ
.......แต่เนื้อเรื่องเป็นยังไงตอนนี้ลืมไปเกือบหมดแล้ว sad smile

#3 By SRP on 2008-02-09 21:37

สำหรับเรา กามนิต-วาสิษฐี เป็นหนังสือปรัชญาพระพุทธศาสนานะคะให้ว่ากันตามตรง มันเหมือนกับเรื่องความรักที่เป็นตัวนำพาคนทั้งคู่นั้นก็แค่เรื่องทางโลก เท่านั้นเอง

#4 By *~citrus~* on 2008-02-09 22:02

ขอบคุณที่แนะนำค่ะ
รู้แค่เรื่องย่อ เอง

ปกติอ่อนวรรณกรรมไทยมากๆ เพราะอ่านแล้วจับใจความไม่ได้ (เพ่่งสมาธิสูงจนง่วงไปเลยเชียว...)

ถ้ามีใครอธิบายเนื้อเรื่องคร่าวๆ ไว้เป็นภาษาธรรมดาก็คงจะดีbig smile

#5 By PoY on 2008-02-09 22:10

คุณพี่ซื้อมาตั้งแต่งานหนังสือเมื่อปีที่แล้วค่ะ ยังไม่ได้อ่านเลยจนบัดนี้ ทั้งที่อยากอ่านมากๆ แต่พี่ก็เห็นว่าอยากหาเวลาว่างๆ อ่านดีกว่า ไม่อยากอ่านแบบรีบๆ เพราะนอกจากต้องการอ่านเรื่องที่เป็นวรรณกรรมทรงคุณค่าแล้ว พี่ก็ขอซึมซับสำนวนการแปลอันสุดยอดด้วยค่ะ (คงได้แค่ซึมซับแล้วปลาบปลื้มละค่ะ เพราะตัวเองทำไม่ได้ ฮาsad smile )

ช่วงนี้พี่ก็ยุ่งเจียนบ้าเลยค่ะน้องดีจัง บลอคร้างมาอาทิตย์นึงแล้ว พรีเซนต์มหาโหดจบเมื่อไหร่คงได้กรี๊ดลั่นแน่ๆ (แต่งานอื่นก็จ่อบานเบอะ )

#6 By ฟูจัง~* on 2008-02-09 22:34

เคยอ่านตอนประถมอ่ะคะ จำไม่ได้แล้วว่าเมื่อไหร่
อู๋ชอบภาคสวรรค์อ่ะึคะ ได้คิดตามเยอะดี
อ่านแล้วอยากทำดีมากๆยังไงไม่รู้

ปล.วาสิฏฐีทำให้อู๋หลงรักไปเลยทีเดียวค่ะ
เช้าชอบอ่านหนังสือเรื่องนางในวรรณคดีมากๆ เลยพอจะรู้เรือ่งกามนิต วาสิฏฐีอยู่บ้าง ชอบอยู่เมหือนกัน

#8 By ~@Asami@~ on 2008-02-09 23:51

เดือนแห่งความรัก ทำไมผมยังนั่งอ่าน quantum physics อยู่

คาดว่าวันแห่งความรักนี้ คงกำลังนั่งอ่าน manufacturing process อยู่

#9 By book on 2008-02-10 00:25

ไม่เคยคิดจะอ่านิยายเรื่องนี้เลยค่า เพราะไม่รู้ว่าเรื่องมันเป็นยังไง

แต่พอมาเล่าให้ฟังแบบนี้ เริ่มจะไปหามาอ่านละ

^______^

#10 By ˚ ◦ ˚◦ MeMi ◦˚ ◦ ˚ on 2008-02-10 01:38

ทรายยอมรับเลยค่ะว่าทราย "ไม่เคยอ่าน"

แต่พออ่านเอนทรี่นี้แล้วชักอยากอ่านขึ้นมาแล้วสิเนี่ย

รักษาสุขภาพนะคะbig smile

#11 By BlacK_DeviL on 2008-02-10 07:14

เยี่ยม วันนี้ไปหาซื้อเลยดีก่า

#12 By Snare on 2008-02-10 08:43

น่าซื้อมาอ่านจังเลยย

เราก้ชอบอ่านนิยายรักเหมือนกันค่ะ >.<
นึกไม่ถึงเลยนะเนี่ย เห็นหน้าปกก็นึกถึงวิชาภาษาไทย ไม่น่าอ่าน
กลัวจะเป็นแนวเดียวกับอิเหนาsad smile
แต่เห็นต้องเปลี่ยนควาคิดใหม่ question

#13 By ~ t i m o ~ on 2008-02-10 10:15

เคยอ่านฉบับการ์ตูนค่ะ แต่รู้สึกว่าไม่ค่อยชอบตอนจบเลย

#14 By ire_u on 2008-02-10 12:59

กามนิตยอดชายจะไปค้าขายที่โกสัมพี
โชคและบุญหนุนนำไปเจอสาวงามมานั่งกวนหยี

เคยเล่นเปล่า cry

#15 By shimeatsky on 2008-02-10 13:09

พึ่งจะเรียนมาหมาดๆ บอกได้เลยว่า สนุกมาก ครูเราเล่าเรื่องสนุกหล่ะนะ เล่าได้อารมณ์อย่างแรง

#16 By [ พี โพ แคน ] on 2008-02-10 14:59

หยิบ "ดั่งดวงหฤทัย" เอาไว้แล้วครับ ^^

#17 By @ on 2008-02-10 15:16

วรรณกรรมดีๆของไทยหลายเล่มซึ้งกว่านิยายเกาหลี
เรื่องจริงแท้แน่นอนเลยพี่ดี
นิยายเกาหลีมันเริ่มเยอะแล้วอ่ะ
ปุ้นเลยกลับมาหานิยายไทยดีๆอ่าน

ซึ้งกว่าเยอะ open-mounthed smile

(อยากอ่านดั่งดวงหฤทัย ขออ่านมั่งจิsurprised smileอิอิ )
ความรักที่กามนิต มีต่อวาสิฏฐีคือความหลงนะครับ ผิดหวังในรักออกตามหาพระพุทธเจ้า ก็ยังหลงติดยึดในตัวตนของพระพุทธเจ้าอีก ทั้งที่พระพุทธเจ้าก็นังั่ฟังเรื่องที่กามนิตเล่าจนจบ

#19 By cyborg9 on 2008-02-10 18:28

อยากอ่านมาก
อยากอ่าน

เอ๊ะ ต้นฉบับเป็นภาษาเยอรมัน?ผู้แต่งคงเป็นชาวเยอรมัน
ต้องขอบคุณ เสฐียรโกเศศ และ นาคะประทีป

ความเรียงแบบนี้น่าจะอ่านง่าย
เก็บใส่รายชื่อ สอบเสร็จจะไปหามาอ่านค่ะ sad smile

#20 By antzzer on 2008-02-10 21:26

ถึง คุณ Chen Li

เท่าที่จำได้รู้สึกว่า ที่ประเทศเยอรมัน วรรณกรรมเรื่องนี้มีคนรู้จักน้อยมากเลยครับ ทั้ง ๆ ที่ผู้แต่งเรื่องนเป็นี้เป็นถึงระดับรางวัลโนเบลเลยครับ แต่ว่าสำหรับประเทศไทยแล้ว วรรณกรรมเรื่องนี้กลับเป็นที่นิยมมากเลยครับ โดยส่วนตัวผมคิดว่าต้องยกความดีความชอบส่วนหนึ่งให้กับผู้แปลทั้งสอง นั้นก็คือ เสถียรโกเศษ และ นาคประทีป ที่แปลงานชิ้นนี้ออกมาได้อย่างสวยงามและสละสลวยเหลือเกินครับsurprised smile

#21 By Old Mustang on 2008-02-10 22:12

ชอบเรื่องนี้เหมือนกันค่ะ
อ่านแล้วแอบร้องไห้ตอนที่วาสิษฐีเล่าถึงพระพุทธเจ้าปรินิพพาน

เอ๊ะ เราก็โดนจับอ่านในวิชาวรรณคดีนะ?

นี่อยู่อักษร ปีหนึ่งรึเปล่าคะ?

#22 By ReNile on 2008-02-10 23:27

เราอ่านตอนม.ปลายนะ จำเนื้อเรื่องไม่ได้แล้ว แต่จำได้ว่ามันน้ำเน่ามาก (ในความรู้สึกเราตอนนั้น)555 question

#23 By GroovyBee on 2008-02-11 14:44

เอ่อ ขอแก้ตัวหน่อย ถ้าตอนนี้มาอ่านอีกทีตอนโตแล้ว อาจจะไม่ได้คิดว่าน้ำเน่าแล้วก็ได้ ไว้จะลองหามาอ่านนะจ๊ะ

#24 By GroovyBee on 2008-02-11 14:45

เคยอ่านเป็นหนังสือนอกเวลาค่ะ แต่ตอนเด็กๆจำได้ว่าอ่านไม่รู้เรื่องเลย (ออกแนวขี้เกียจค่ะ แหะๆ) ไว้จะลองหามาอ่านดูอีกครั้งนะคะ คราวนี้น่าจะเข้าใจอะไรๆมากขึ้นbig smile

#25 By ::SeaL World:: on 2008-02-11 18:51

เป็นคนอยากแนะนำการ์ตูนมานานแล้ว
ขอรับคำแนะนำไปหาซื้อด้วยมั่งดีกว่า

ว่าแต่ร้านที่ว่าอยู่ที่ไหนหรอครับ
ที่จุฬาจะมีขายไหมครับ
ตอนนี้ยังไม่ว่างอ่านแต่คิดว่าอยากอ่านให้ประดับไว้ในหัวเช่นกัน
เพราะพี่ก็เป็นคนชอบเขียนเรื่องรักๆเหมือนกัน
และส่วนตัวก็อยากอ่านความรักที่ไม่ใช่ผิวเผินอย่างสมัยนี้บ้าง

#26 By โคค่อน on 2008-02-11 18:55

อ้อ พี่พยายามอ่านข้อความน้องแบบผ่านๆ เพราะอยากหาข้อดีด้วยตัวเองครับ

#27 By โคค่อน on 2008-02-11 18:55


ไม่เคยอ่านเลยหล่ะคะ เพราะปกติไม่ค่อยจะถูกกับวิชาภาษาไทย .. อ่านจากคำวิจารณ์ของเจ้าของบ้านนี้แล้ว รู้สึกว่าหนังสือเล่มนี้ดีจัง

แฮปปี้วาเลนไทน์ล่วงหน้านะคะ ..

big smile big smile

#28 By Smiley on 2008-02-12 00:12

เพราะนอกจากจะได้สร้างกุศลผลบุญร่วมกันแล้ว...

เป็นประโยคที่กระชากวัย และดูดีงาม..

จังเลย..

big smile

#29 By มนุษย์สีเทา on 2008-02-12 18:17

เพิ่งทราบว่า ต้นฉบับเดิมเป็นภาษาเยอรมัน
ยังไม่เคยอ่านฉบับเต็มๆสักกะที อ่านจากที่คุณดีจังแนะนำแล้ว น่าติดตามมากๆค่ะ big smile

ขอบคุณค่ะที่นำมาบอกกัน มีความสุขต้อนรับวันวาเลนไทน์เยอะๆนะคะ surprised smile

#30 By * p e a c h * on 2008-02-13 03:57

ฮึ้มมมม ภาษาเริ่ดมากๆ

#31 By hiney❉ on 2008-02-13 21:38

สุขสันต์วันวาเลนไทน์ค่ะ
สาวน้อยอ่านวรรณคดี น่ารักจริงๆ สมัยพี่อายุเท่าหนู เรียนวิชาที่ต้องอ่านวรรณกรรมแล้วน้ำตาร่วง ไม่รักดีเลยจริงๆ wink

#32 By RogerWilco on 2008-02-14 14:32

ไม่เคยได้อ่านเลย ^-^'
ต้องลองหาดูบ้างซะแล้วล่ะ
เคยอ่านบ้างตามเว็ปไซต์ทั่วไปอะคับ เพราะต้องค้นคว้า
หว่า...แย่จังนะคับที่ผมไม่มีหนังสือเรื่องนี้(เสียตายจัง)
แต่ก็ได้อ่านจากเว็ปอื่นๆบ้างแล้วนะคับ แต่ขอสรุปสักเล็กน้อยนะคับผมว่า หนังสือเล่มนี้ต้องขอชมผู้แปลทั้งสองท่าน ที่แปลและแต่งออกมาได้อย่างลื่นไหล แต่สอดแทรกอารมณ์ปนธรรมะได้อย่างดีเยี่ยม โดยความความจริงแล้วเป็นการสอนและเตือนให้คนเราได้รู้ทันคำว่า..ความรัก..รักก็ทุกข์ ไม่รักก็ทุกข์คับ อิอิ
แต่การที่คนเราจะรักใครสักคนต้องรู้จักทำใจ และรู้จักวิธีที่จะห้ามใจไม่ให้ต้องตกอยู่ในความทุกข์ เช่นตัวละคร ของเรื่อง และรู้จักนำธรรมะมาใช้กับความรักได้อย่างลงตัวแต่ใกล้ชิด กามนิต วาเสฏฐี เป็นการนำความรักและธรรมะ มารวมกันและรักกันแบบมีปัญญาคับไม่ใช่รักกันแบบหลงจน โง่ยกหัวไม่ขึ้น คับquestion
หวังว่าคงมีคนอ่านและเอาไปใช้กับชีวิตตัวเองนะ ผมก็เอามาใช้แล้วด้วย ได้ผลดีคับ ไม่มีจริงที่ต้องจำ แต่ไม่การแทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ และคนที่ไม่ใช่แฟนทำแทนไม่ได้ อิอิ......... แต่รักต้องมีปัญญาคับ

#34 By คนไกลที่ผ่านมา (125.24.68.213) on 2008-03-06 18:28